|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ประวัติ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ชั้นและตำบลที่ตั้งวัด
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
วัดอรุณราชวราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และฟากตะวันออกของถนนอรุณอมรินทร์
ระหว่างคลองนครบาล หรือคลองวัดแจ้ง กับพระราชวังเดิม ตำบลวัดอรุณ
อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรี
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
เขตวัด และธรณีสงฆ์
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
เขตวัดอรุณราชวราราม เฉพาะตอนที่เป็นเขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส มีดังนี้
ทิศเหนือ ติดโรงเรียนประถมทวีธาภิเศก
ทิศใต้ ติดกำแพงพระราชวังเดิม
ทิศตะวันออก ติดแม่น้ำเจ้าพระยา
ทิศตะวันตก ติดถนนอรุณอมรินทร์
มีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ตารางวา ส่วนที่ธรณีสงฆ์ซึ่งทางวัดให้เอกชนเช่า มีอยู่ทางด้าน
เหนือตอนที่ติดกับกำแพงวัดหลังโรงเรียนประถมทวีธาภิเศก ริมคลองนครบาลหรือ
คลองวัดแจ้ง เนื้อที่ประมาณ ๒ งาน ๗๗ ตารางวาเศษ กับที่ทางตะวันตกของถนน
อรุณอมรินทร์ออกไป มีเนื้อที่ ๓๓ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ชื่อวัด |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดโบราณ สร้างมาแต่ครั้งสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า "วัดมะกอก"
ภายหลังเปลี่ยนเป็น "วัดมะกอกนอก" แล้วเปลี่ยนเป็น "วัดแจ้ง","วัดอรุณราชธาราม" และ
"วัดอรุณราชวราราม" โดยลำดับ ปัจจุบันเรียก "วัดอรุณราชวราราม"
มูลเหตุที่เรียกชื่อวัดนี้มาแต่เดิมว่า "วัดมะกอก" นั้น สันนิษฐานว่า คงจะเรียกคล้ายตามชื่อตำบล
ที่ตั้งวัด ซึ่งสมัยก่อนมี ชื่อเรียกว่า "บางมะกอก" เมื่อนำมาเรียกรวมกับคำว่า "วัด" ในตอนแรก ๆ
คงเรียกว่า "วัดบางมะกอก" ภายหลังเสียงหดลง คงเรียกสั้น ๆ ว่า "วัดมะกอก" ตามคติเรียก
ชื่อวัดไทยในสมัยโบราณ เพราะชื่อวัดที่แท้จริงมักจะไม่มี จึงเรียกชื่อวัดตามตำบลที่ตั้ง เช่น
วัดบางลำพู, วัดปากน้ำ เป็นต้น ต่อมาเมื่อได้สร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกันนี้ แต่อยู่ลึก
เข้าไปในคลองบางกอกใหญ่ ชาวบ้านเรียกชื่อวัดที่สร้างใหม่ว่า "วัดมะกอกใน" แล้วเลยเรียก
วัดมะกอกเดิม ซึ่งอยู่ปากคลองบางกอกใหญ่ว่า "วัดมะกอกนอก" เพื่อให้ทราบว่าเป็นคนละวัดกัน
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ส่วนที่เปลี่ยนเป็นเรียกว่า "วัดแจ้ง" นั้น เล่ากันว่า
เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ทรงกอบกู้
กรุงศรีอยุธยาสำเร็จเรียบร้อยในปี พ.ศ. ๒๓๑๐
แล้ว มีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี
จึงเสด็จกรีฑาพลล่องมาทางชลมารคพอถึงหน้าวัดนี้ก็ได้
เวลาอรุณ หรือรุ่งแจ้งพอดี ทรงพระราชดำริเห็นเป็นอุดม
มหามงคลฤกษ์ จึงโปรดให้เทียบเรือพระที่นั่งที่ท่าน้ำ
เสด็จขึ้นไปทรงสักการะบูชาพระมหาธาตุ ขณะนั้นสูง
ประมาณ ๘ วา ซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหน้าวัด
แล้วเลยเสด็จประทับแรมที่ศาลาการเปรียญใกล้ร่มโพธิ์
ต่อมาได้โปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัด แล้วเปลี่ยนชื่อ
เสียใหม่เป็น"วัดแจ้ง" เพื่อให้เหมาะสมกับเหตุการณ์
|
|
|
|
ชื่อ "วัดแจ้ง" นี้ มีเรื่องสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทูลสมเด็จฯ กรมพระยานริศรา
นุวัตติวงศ์ไว้ว่า "หม่อมฉันเคยเห็นแผนที่เมืองธนบุรีที่ฝรั่งเศสทำเมื่อรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์
ในแผนที่นั้นมีแต่วัดเลียบกับวัดแจ้ง เวลานั้นยังเป็นชานป้อมใหญ่ ซึ่งอยู่ราวโรงเรียนราชินี
เพราะฉะนั้นวัดโพธิ์เป็นวัดสร้างเมื่อล่วงรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มาแล้ว
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
จากหลักฐานนี้ อาจสันนิษฐานได้ว่า วัดแจ้งมีมาก่อนที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจะทรงย้าย
ราชธานีมายังกรุงธนบุรี ตามเรื่องที่ได้กล่าวมาแล้วและชาวฝรั่งเศสผู้ได้ทำแผนที่เมืองธนบุรี
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชคือ เรือเอก เดอ ฟอร์ปัง กับนายช่าง เดอ ลามาร์ การปฏิสังขรณ์วัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงกระทำมา
ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวง
อิศรสุนทร และยังทรงประทับอยู่ที่พระราชวังเดิมนั้น ได้สำเร็จลงไปต้นปีมะโรง
พ.ศ. ๒๓๖๓ สมัยรัชกาลที่ ๒ จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีการฉลองแล้วพระราชทานชื่อวัดใหม่ ่
ว่า "วัดอรุณราชธาราม"
ถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้บูรณะ
ปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมอีก แล้วทรงเปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดอรุณราชวราราม" ดังที่เรียกกัน
จนถึงปัจจุบัน
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |